ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยต้องรับประทานยาหลายชนิดจากโรคประจำตัวต่าง ๆ เมื่อถึงเวลารับประทานยา บางคนอาจลืม ปฏิเสธ ไม่อยากกิน หรือรู้สึกว่ายาทำให้เกิดอาการไม่สบาย ผู้ดูแลจึงต้องรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างใจเย็น เพราะการหยุดหรือรับประทานยาไม่ครบตามคำสั่งแพทย์อาจส่งผลต่อการควบคุมโรคได้

ทำไมผู้สูงอายุจึงไม่ยอมกินยา?
ก่อนแก้ปัญหา ควรหาสาเหตุก่อน เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนอาจมีเหตุผลแตกต่างกัน เช่น ลืมว่าต้องกินยา ไม่เข้าใจว่ายาใช้รักษาอะไร กลัวผลข้างเคียง กลืนยาเม็ดยาก หรือมีปัญหาด้านความจำ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุบางรายต้องใช้ยาหลายชนิด ทำให้เกิดความสับสนเรื่องชื่อยา เวลา และจำนวนเม็ดที่ต้องรับประทาน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แนะนำให้จดรายชื่อยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อช่วยลดความสับสนและใช้เป็นข้อมูลเมื่อต้องพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์
6 วิธีรับมือเมื่อผู้สูงอายุไม่ยอมกินยา
1. พูดคุยและหาสาเหตุก่อน
หลีกเลี่ยงการดุหรือบังคับทันที ลองถามว่าทำไมจึงไม่อยากกินยา เช่น รสชาติไม่ดี กลืนยาลำบาก หรือกินแล้วรู้สึกผิดปกติ การรู้สาเหตุจะช่วยให้หาวิธีแก้ได้ตรงจุดมากขึ้น
2. อธิบายว่ายาใช้เพื่ออะไร
ผู้ดูแลอาจอธิบายด้วยคำง่าย ๆ ว่าแต่ละยามีหน้าที่อะไร และควรกินตามเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด เพราะยาบางชนิดมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเวลาอาหารหรือช่วงเวลาที่รับประทาน โดยไม่ควรปรับเวลาเองหากไม่แน่ใจ
3. หากกลืนยาไม่สะดวก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากผู้สูงอายุมีอาการกลืนยาแล้วติด ไอ หรือสำลัก ไม่ควรฝืนให้กลืนต่อ เพราะภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักและปอดอักเสบได้
ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรว่ายาชนิดนั้นมีรูปแบบอื่นที่เหมาะสมหรือไม่ และ ไม่ควรบดหรือหักยาเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำ เนื่องจากยาบางชนิดมีวิธีใช้เฉพาะ
4. จัดยาให้เป็นระบบ
ผู้ดูแลอาจจัดยาแยกตามช่วงเวลา พร้อมทำตารางหรือใช้กล่องแบ่งยาเพื่อช่วยเตือน โดยควรตรวจสอบชื่อยาและวิธีใช้ให้ตรงกับฉลากหรือคำสั่งแพทย์
หากมีการรักษาจากหลายสถานพยาบาล ควรรวบรวมรายชื่อยาทั้งหมดไว้และนำไปแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อช่วยตรวจสอบการใช้ยาที่ซ้ำซ้อนหรืออาจเกิดปัญหาระหว่างยา
5. หากสงสัยว่ายาทำให้เกิดผลข้างเคียง อย่าหยุดยาเอง
หากผู้สูงอายุบอกว่ากินยาแล้วมีอาการผิดปกติ ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจหยุดยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แนะนำว่า หากรับประทานยาแล้วมีอาการผิดปกติ ควรหยุดยาและรีบกลับไปพบแพทย์หรือเภสัชกรทันทีในกรณีที่สงสัยอาการไม่พึงประสงค์จากยา
6. ถ้าลืมกินยา อย่าเพิ่มยาเป็น 2 เท่าเอง
หากผู้สูงอายุลืมกินยา วิธีจัดการขึ้นอยู่กับชนิดของยาและเวลาที่นึกขึ้นได้ จึงไม่ควรเดาเองหรือเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่าเพื่อชดเชยมื้อที่ลืม เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายจากยาได้ ควรตรวจสอบคำแนะนำของยาชนิดนั้นหรือสอบถามเภสัชกรและแพทย์

สิ่งสำคัญคือ “อย่าบังคับ และอย่าปรับยาเอง”
เมื่อผู้สูงอายุไม่ยอมกินยา สิ่งแรกที่ผู้ดูแลควรทำคือ หาสาเหตุและพูดคุยกันอย่างใจเย็น จากนั้นจึงหาวิธีแก้ที่เหมาะสม หากมีปัญหาเรื่องการกลืน ผลข้างเคียง ความสับสนเกี่ยวกับยา หรือไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร การใช้ยาในผู้สูงอายุจำเป็นต้องคำนึงถึงโรคประจำตัว ยาชนิดอื่นที่ใช้อยู่ และความสามารถในการดูแลตนเองของแต่ละคน ดังนั้น ผู้ดูแลไม่ควรเปลี่ยนขนาดยา หยุดยา หรือใช้ยาของผู้อื่นแทนโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์
ที่มาข้อมูล
https://kcmh.chulalongkornhospital.go.th/line/5-smart-medication-tips-for-seniors
https://www.si.mahidol.ac.th/sirirajdoctor/article_detail.aspx?ID=544



