ผู้สูงอายุหลงลืมแบบไหนเป็นเรื่องปกติ? แบบไหนควรพบแพทย์

การลืมชื่อคน ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน หรือเดินเข้าไปในห้องแล้วนึกไม่ออกว่ามาทำอะไร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน และไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนกำลังมีภาวะสมองเสื่อมเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการสังเกตว่า อาการหลงลืมเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือไม่

กรมอนามัยระบุว่า ภาวะสมองเสื่อมไม่ได้มีเพียงปัญหาเรื่องความจำ แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับความสามารถด้านการคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ผู้สูงอายุหลงลืมแบบไหนที่อาจเกิดขึ้นได้ตามวัย?

การหลงลืมบางอย่างไม่ได้ถือเป็นสัญญาณของโรคเสมอไป เช่น ลืมว่าตั้งของไว้ตรงไหน แต่เมื่อนึกหรือค้นหาแล้วสามารถจำได้ หรือบางครั้งนึกชื่อคนหรือคำศัพท์ไม่ออกในทันที แต่ภายหลังสามารถนึกขึ้นมาได้ ในทางกลับกัน หากผู้สูงอายุยังสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ทำกิจกรรมที่คุ้นเคย และจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงเดิม อาการหลงลืมเพียงเล็กน้อยอาจยังไม่ใช่สัญญาณที่ชัดเจนของภาวะสมองเสื่อม

5 สัญญาณหลงลืมที่ควรสังเกต

หากอาการเริ่มมากขึ้น ลูกหลานหรือผู้ดูแลควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

1. ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นบ่อย ๆ
เช่น ถามคำถามเดิมซ้ำหลายครั้ง จำไม่ได้ว่าเพิ่งพูดคุยหรือทำกิจกรรมอะไรไป ทั้งที่เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

2. สับสนวัน เวลา หรือสถานที่
ผู้สูงอายุอาจจำวันหรือช่วงเวลาไม่ได้ หรือเกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานที่ที่เคยคุ้นเคย

3. ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ยากขึ้น
เช่น ทำอาหาร ใช้อุปกรณ์ หรือจัดการเรื่องที่เคยทำเป็นประจำไม่ได้เหมือนเดิม ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การ “ลืม” แต่เริ่มกระทบความสามารถในการใช้ชีวิต

4. มีปัญหาเรื่องการพูดหรือการใช้ภาษา
เช่น นึกคำที่ต้องการพูดไม่ออกบ่อยขึ้น ใช้คำผิดความหมาย หรือไม่เข้าใจคำพูดและบทสนทนาเหมือนเดิม

5. บุคลิก อารมณ์ หรือการตัดสินใจเปลี่ยนไป
นอกจากความจำแล้ว ภาวะสมองเสื่อมอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม อารมณ์ การตัดสินใจ และการรับรู้สิ่งรอบตัว

เมื่อไหร่ควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์?

หากอาการหลงลืมเกิดขึ้นบ่อยขึ้น ชัดเจนขึ้น หรือเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียง “ความจำเสื่อมตามวัย” การประเมินตั้งแต่ระยะแรกมีประโยชน์ เพราะอาการด้านความจำและการคิดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และแพทย์สามารถประเมินร่วมกับประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้อยู่ และการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้สูงอายุได้

สำหรับครอบครัว สิ่งที่ช่วยได้มากคือการ สังเกตและจดบันทึกอาการ เช่น เริ่มมีอาการเมื่อไร เกิดบ่อยแค่ไหน มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติหรือไม่ และอาการส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้แพทย์ประเมินได้ละเอียดขึ้น

ดูแลสมองผู้สูงอายุอย่างไร?

การดูแลสุขภาพโดยรวมก็มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพสมอง กรมอนามัยแนะนำให้ผู้สูงอายุใส่ใจทั้งการออกกำลังกาย การฝึกทักษะทางสมอง การนอนหลับให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม รวมถึงควบคุมโรคประจำตัวและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

กิจกรรมง่าย ๆ เช่น การพูดคุยกับคนรอบตัว อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น หรือออกกำลังกายตามความเหมาะสม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพกายและสมองของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุหลงลืมไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคสมองเสื่อมเสมอไป แต่หากความจำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น สับสนสถานที่หรือเวลา ทำกิจวัตรที่เคยทำไม่ได้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงด้านภาษา พฤติกรรม และการตัดสินใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม สิ่งสำคัญสำหรับลูกหลานคืออย่ามองข้ามการเปลี่ยนแปลง และไม่ควรรีบติดป้ายว่าผู้สูงอายุ “ขี้ลืมเพราะแก่” เพราะการสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่เหมาะสมเร็วขึ้น


ที่มาข้อมูล
https://multimedia.anamai.moph.go.th/infographics/dementia-elderly/
https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/120865/

Categories

บทความล่าสุด

Tags

ค้นหา

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า