เมื่อพ่อแม่เริ่มเดินทางไม่สะดวก หรือต้องมีคนช่วยทำกิจวัตร ครอบครัวมักนึกถึงค่ารักษาพยาบาลเป็นอันดับแรก แต่ ค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุ ยังมีทั้งของใช้ประจำวัน อุปกรณ์ การเดินทาง และค่าคนช่วยดูแล รวมถึงรายได้ที่อาจลดลงของสมาชิกที่รับหน้าที่ดูแลหลัก
การวางแผนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ ลองสำรวจว่าพ่อแม่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด แล้วแยกรายจ่ายที่ต้องจ่ายครั้งเดียวออกจากค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง จะช่วยให้เห็นงบที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น

1. ของใช้ประจำวัน ที่ต้องซื้อซ้ำตลอดการดูแล
หากผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ หรือของทำความสะอาด รายการเหล่านี้จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายประจำ บางบ้านอาจมีวัสดุทำแผลหรือของใช้เฉพาะตามคำแนะนำของทีมรักษาเพิ่มเติมด้วย ลองจดปริมาณที่ใช้จริงในหนึ่งสัปดาห์ แล้วประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือน แทนการดูเฉพาะราคาต่อแพ็ก สำหรับผ้าอ้อมควรเลือกขนาดและรูปแบบที่เหมาะกับผู้ใช้ การซื้อจำนวนมากก่อนทดลองอาจทำให้เหลือของที่ใช้งานไม่สะดวก
2. อุปกรณ์ดูแล และค่าใช้จ่ายหลังซื้อ
รถเข็น ไม้เท้า หรือเตียงผู้ป่วย อาจจำเป็นสำหรับบางคน แต่ไม่ใช่ทุกบ้านต้องซื้อครบ ควรถามก่อนว่าใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยเรื่องใด ขนาดเหมาะกับผู้สูงอายุและพื้นที่หรือไม่ รวมถึงมีค่าจัดส่ง ติดตั้ง หรือบำรุงรักษาเพิ่มเติมอย่างไร ก่อนซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ชั่วคราว ลองสอบถามช่องทางยืมหรือเช่าในพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานครมีบริการยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงซึ่งอาศัยในกรุงเทพฯ โดยควรติดต่อศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและอุปกรณ์ที่พร้อมให้ยืม
3. การปรับบ้านให้ดูแลได้สะดวกขึ้น
เมื่อพ่อแม่เคลื่อนไหวลำบาก บ้านเดิมอาจต้องปรับบางจุด เช่น เพิ่มราวจับ แก้พื้นต่างระดับ เพิ่มแสงสว่าง หรือจัดพื้นที่ให้รถเข็นผ่านได้ โดยเฉพาะทางเดินและห้องน้ำที่ต้องใช้ทุกวัน ควรเริ่มจากจุดที่ใช้งานติดขัดจริง แล้วขอประเมินราคาก่อนทำ พร้อมคิดถึงพื้นที่สำหรับคนช่วยดูแลด้วย ไม่จำเป็นต้องปรับทั้งบ้านในครั้งเดียวหากยังไม่มีความจำเป็น

4. ค่าเดินทาง ที่อาจมากกว่าค่ารถไปกลับ
การไปพบแพทย์หนึ่งครั้งอาจมีค่ารถ ค่าจอดรถ ค่าอาหาร และค่าเดินทางของคนที่ไปด้วย หากต้องใช้รถที่รองรับรถเข็นหรือมีผู้ช่วยรับส่ง ควรสอบถามรายละเอียดราคาและสิ่งที่รวมในบริการก่อนจอง ลองดูนัดหมายตลอดเดือนประกอบกัน เพื่อประเมินทั้งเงินและเวลาที่ต้องใช้ หากสมาชิกครอบครัวต้องหยุดงานไปด้วย ควรนำผลกระทบส่วนนี้มาคุยกันตั้งแต่ต้น
5. ค่าคนช่วยดูแล และรายได้ของผู้ดูแลหลัก
บางครอบครัวดูแลกันเองได้บางช่วง แต่อาจต้องจ้างคนช่วยระหว่างทำงานหรือในวันที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ก่อนเลือก บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ควรระบุงาน ช่วงเวลา และความช่วยเหลือที่ต้องการ เพื่อขอราคาที่ตรงกับการใช้งาน พร้อมถามค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและเงื่อนไขหาคนรับช่วง ส่วนการดูแลกันเอง แม้ไม่มีค่าจ้าง ก็อาจมีต้นทุนจากการลดเวลาทำงานหรือเสียรายได้ จึงควรวางแผนแบ่งทั้งงานและค่าใช้จ่าย ไม่ปล่อยให้ผู้ดูแลหลักรับผลกระทบเพียงคนเดียว
เริ่มวางงบดูแลผู้สูงอายุจากรายการที่ใช้จริง
ลองรวบรวมรายจ่ายเป็นสามส่วน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว และเงินเผื่อเหตุจำเป็น พร้อมตรวจสิทธิรักษาพยาบาลและความช่วยเหลือในพื้นที่ก่อนจ่ายเอง โดยไม่สรุปว่าสิทธิรักษาจะครอบคลุมค่าดูแลทุกประเภท
เมื่อต้องเลือกผ้าอ้อม อุปกรณ์ หรือบริการดูแล ควรเปรียบเทียบจากความจำเป็นของพ่อแม่และกำลังของครอบครัว แล้วทบทวนงบเมื่อความต้องการเปลี่ยนไป จะช่วยให้เตรียมการดูแลต่อเนื่องได้รอบคอบขึ้น

ที่มาข้อมูล :
https://webportal.bangkok.go.th/healthcenter23/page/sub/10274/-/0/info/544676



