“แม่ยังทำเองได้ ไม่ต้องจ้างใครมาหรอก” อาจเป็นคำตอบที่ลูกหลานได้ยินเมื่อเสนอให้มีคนช่วยดูแล แม้ครอบครัวจะเป็นห่วงและอยากให้พ่อแม่มีคนอยู่เป็นเพื่อน แต่สำหรับผู้สูงอายุ การมีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคย
เมื่อ ผู้สูงอายุไม่อยากมีคนดูแล การเริ่มต้นด้วยการพูดคุยและรับฟังความรู้สึก จะช่วยให้ครอบครัวเข้าใจว่าท่านกังวลเรื่องอะไร และค่อย ๆ หาวิธีดูแลที่เหมาะกับทุกฝ่ายร่วมกัน

ทำไมผู้สูงอายุบางคนจึงไม่อยากมีคนดูแล?
เหตุผลของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน บางท่านรู้สึกว่ายังทำกิจวัตรประจำวันได้เอง บางท่านไม่คุ้นเคยกับการมีคนนอกเข้ามาในบ้าน หรือกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและค่าใช้จ่ายลูกหลานจึงควรลองถามและรับฟังเหตุผลของท่านก่อน โดยไม่รีบสรุปว่าเป็นเพราะไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เพราะสิ่งที่ครอบครัวมองว่าสะดวก อาจเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุยังรู้สึกไม่สบายใจก็ได้
1. เลือกเวลาที่พร้อมคุยกัน
ควรเลือกช่วงเวลาสบาย ๆ ที่ทั้งผู้สูงอายุและลูกหลานไม่เร่งรีบ เช่น หลังรับประทานอาหาร หรือระหว่างนั่งพักด้วยกัน หากเพิ่งมีเรื่องไม่เข้าใจกัน อาจรอให้ทุกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายก่อน แล้วค่อยเริ่มบทสนทนา ลองเปิดด้วยคำถามที่ชวนให้ท่านเล่าถึงชีวิตประจำวัน เช่น “ช่วงนี้มีเรื่องไหนที่แม่ทำแล้วรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม?” เพื่อให้เข้าใจความต้องการของท่านก่อนพูดถึงการหาผู้ดูแล
2. บอกความห่วงใยให้ชัด โดยไม่ตำหนิ
ลูกหลานสามารถเล่าสิ่งที่ตัวเองสังเกตเห็นและเป็นห่วงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เช่น “ช่วงที่หนูออกไปทำงาน หนูเป็นห่วงเวลาพ่อต้องเดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียว เราลองคุยกันไหมว่ามีอะไรช่วยให้พ่อสะดวกขึ้นได้บ้าง?” ประโยคลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุบอกความเห็น และช่วยให้ทั้งคู่เริ่มหาทางออกร่วมกัน
3. ฟังให้จบ และถามว่าท่านกังวลเรื่องไหน
หากผู้สูงอายุบอกว่าไม่อยากมีคนดูแล ลองถามต่ออย่างใจเย็นว่า “แม่ไม่สบายใจเรื่องไหนเป็นพิเศษไหม?” แล้วให้เวลาท่านอธิบาย ท่านอาจกังวลว่าจะเสียความเป็นส่วนตัว ไม่รู้จักผู้ดูแล หรือไม่ต้องการให้ลูกหลานเสียค่าใช้จ่าย เมื่อรู้เหตุผล ครอบครัวจะพูดคุยเรื่องนั้นได้ตรงจุดมากขึ้น เช่น หากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ก็อาจตกลงกันก่อนว่าผู้ดูแลจะช่วยเรื่องใด และเรื่องใดที่ท่านต้องการทำด้วยตัวเอง
4. ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมเลือกวิธีดูแล
การดูแลไม่มีรูปแบบเดียว บางครอบครัวอาจแบ่งเวลากันดูแลเอง หรือขอความช่วยเหลือจากญาติ ขณะที่บางบ้านอาจพิจารณา ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ในช่วงที่ลูกหลานไม่สะดวก หากสนใจบริการผู้ดูแล ลองชวนผู้สูงอายุร่วมกำหนดว่าอยากให้ช่วยเรื่องอะไร ช่วงเวลาใด และอยากพบผู้ดูแลก่อนตัดสินใจหรือไม่ รวมถึงสอบถามค่าใช้จ่ายและขอบเขตงานให้ชัดเจน เพื่อให้ท่านรู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันบ้าง การให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเป็นแนวทางหนึ่งที่กรมกิจการผู้สูงอายุแนะนำ
5. ค่อย ๆ ทำความรู้จักและกลับมาคุยกันอีกครั้ง
หากผู้สูงอายุยังไม่พร้อม อาจเริ่มจากนัดพบผู้ดูแลเพื่อพูดคุยทำความรู้จัก โดยมีลูกหลานอยู่ด้วย แล้วถามความรู้สึกของท่านหลังจากพบกัน หากทุกฝ่ายเห็นตรงกัน อาจสอบถามผู้ให้บริการเรื่องการเริ่มดูแลบางช่วงเวลาก่อน การพูดคุยครั้งแรกไม่จำเป็นต้องได้ข้อสรุปทันที หากท่านยังไม่สบายใจ ลูกหลานอาจเว้นเวลาแล้วกลับมาคุยใหม่ พร้อมทบทวนว่าความช่วยเหลือแบบใดเหมาะกับสถานการณ์ของครอบครัว

มองหาตัวช่วยที่เหมาะกับครอบครัว
บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับครอบครัวที่ต้องการคนช่วยดูแลในบางช่วงเวลา ก่อนตัดสินใจควรพูดคุยกับผู้สูงอายุ ตรวจสอบประสบการณ์ของผู้ดูแล ขอบเขตงาน เวลา และค่าใช้จ่าย รวมถึงสอบถามว่าครอบครัวสามารถติดต่อประสานงานได้อย่างไร
ครอบครัวสามารถเปรียบเทียบข้อมูลบริการดูแลผู้สูงอายุบน Proudly Care แล้วสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อเลือกตัวช่วยที่เหมาะกับความต้องการของผู้สูงอายุและคนในบ้าน การเริ่มจากความเข้าใจ เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุบอกความรู้สึก และร่วมตัดสินใจ จะช่วยให้การดูแลเป็นเรื่องที่ทุกคนค่อย ๆ วางแผนไปด้วยกัน
ที่มาข้อมูล
https://www.dop.go.th/th/know/15/409
https://www.dop.go.th/download/knowledge/th1614750485-411_0.pdf
https://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/social-activities-for-elders/



