ในช่วงเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นตรุษจีน ปีใหม่ หรือวันหยุดยาว หลายครอบครัวต่างมีแผนเดินทางเพื่อเยี่ยมญาติและใช้เวลาร่วมกันอย่างอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือความปลอดภัยของผู้สูงอายุบนท้องถนน โดยเฉพาะเมื่อท่านจำเป็นต้องขับรถด้วยตนเอง
แม้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังคงมีทักษะและประสบการณ์การขับขี่ที่ยาวนาน แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สมรรถภาพทางร่างกาย สายตา และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงไปโดยธรรมชาติ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการขับรถโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุขับรถคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นระยะทางใกล้หรือไกล การใส่ใจตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง คืออีกหนึ่งวิธีสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยง และสร้างความอุ่นใจให้กับทั้งตัวผู้สูงอายุและครอบครัว

ทำไมผู้สูงอายุจึงมีความเสี่ยงมากขึ้นในการขับรถ
การขับขี่ต้องอาศัยทั้งร่างกาย สมาธิ และการตัดสินใจที่รวดเร็ว เมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่างๆ ของร่างกายอาจเปลี่ยนแปลง เช่น
- ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถตัดหน้า หรือสัญญาณไฟเปลี่ยนกะทันหัน
- สายตาลดลง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หรือแสงจ้า ทำให้มองเห็นป้ายจราจรและระยะห่างผิดพลาด
- การตัดสินใจและสมาธิลดลง ส่งผลต่อการประเมินสถานการณ์บนท้องถนน
- โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิต เบาหวาน หรือโรคทางระบบประสาท อาจกระทบต่อความพร้อมในการขับรถ
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุขับรถไม่ได้ แต่หมายความว่า “การขับขี่ไม่เหมือนเดิม” และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นโดยที่บางครั้งตัวผู้ขับเองอาจไม่ทันสังเกต

หากจำเป็นต้องขับรถ ควรเตรียมตัวอย่างไร
ในกรณีที่ผู้สูงอายุจำเป็นต้องขับรถเอง ควรมีการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ ดังนี้
1. ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
เช็กสายตา ความดันโลหิต และโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง หากแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับรถ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
2. ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง
ระบบเบรก ไฟสัญญาณ กระจกมองข้าง และยางรถยนต์ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ รถที่มีระบบช่วยขับ เช่น เซนเซอร์ถอยหลัง หรือระบบเตือนการชน จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้
3. เลือกเส้นทางและเวลาให้เหมาะสม
ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน ชั่วโมงเร่งด่วน หรือเส้นทางที่การจราจรหนาแน่น หากเป็นไปได้ควรเลือกเส้นทางที่คุ้นเคย
4. ไม่ขับรถคนเดียว
หากต้องเดินทางไกล ควรมีสมาชิกในครอบครัวร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อช่วยสังเกตการณ์และลดความเสี่ยง

บทบาทของครอบครัวสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกว่าการงดขับรถคือการสูญเสียอิสระในชีวิต ดังนั้นครอบครัวควรเลือกพูดคุยด้วยความเข้าใจ มากกว่าการห้ามอย่างเด็ดขาด การแสดงความห่วงใย เช่น การอาสาไปส่ง ช่วยจัดหาคนขับรถ หรือวางแผนเดินทางร่วมกัน จะช่วยให้ท่านไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ความปลอดภัยของผู้สูงอายุจึงเริ่มต้นจากความใส่ใจของคนในครอบครัว
และเมื่อสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การตระหนักถึงเรื่องผู้สูงอายุขับรถอย่างปลอดภัยก็ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชุมชนและสังคม การไม่ปล่อยให้ผู้สูงอายุขับรถคนเดียวในระยะทางที่ไม่จำเป็น คืออีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลัก “ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข” เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ทุกคนบนท้องถนน
ที่มาข้อมูล
https://www.thaihealth.or.th/แนะผู้สูงอายุขับขี่ปลอดภัย-ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ/
https://www.bangkokbiznews.com/news/989612



