“ThaiHealth Watch 2023: สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน” 7 ทิศทางสุขภาพคนไทยน่าจับตา

สสส. เปิดเวที “ThaiHealth Watch 2023: สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน” เผย 7 ทิศทางสุขภาพคนไทยน่าจับตา ห่วง! 1 ใน 4 ผู้ป่วย NCDs เสี่ยงลองโควิด-ซึมเศร้า ผู้สูงอายุกว่า 60% ขาดแผนเกษียณคุณภาพ เร่งสานพลังพัฒนานวัตกรรม Persona Health มิติใหม่แห่งการสร้างเสริมสุขภาพยุคดิจิทัล

นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวเปิดงาน ThaiHealth Watch 2023 หรืองานจับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 : สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน ว่า สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ ได้สานพลังภาคีเครือข่ายทางวิชาการ พัฒนานวัตกรรม ThaiHealth Watch จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย เพื่อให้ข้อมูลและปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นใหม่ ภายใต้แนวคิด สังคมปรับ ชีวิตเปลี่ยน เพื่อทุกคนเดินหน้าเปลี่ยนวิถีชีวิต ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ปรับตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในสังคมอย่างเข้าใจและเท่าทัน นำไปสู่สังคมสุขภาวะที่ยั่งยืน

นางเบญจมาภรณ์ กล่าวอีกว่า ThaiHealth Watch 2023 มี 7 ประเด็นทิศทางสุขภาพสำคัญ   


1. ลองโควิด เมื่อไวรัสตัวร้ายจากไป แต่ทิ้งบางสิ่งไว้เป็นของฝาก พบผู้ป่วยติดเชื้อถึง 50% มีภาวะลองโควิด ที่น่าห่วงคือ กลุ่มผู้ป่วยโรค NCDs กว่า 1 ใน 4 มีความเสี่ยงสูง ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่กระทบการใช้ชีวิตในระยะยาว  


2. สานพลังคือทางออก เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ พบกว่า 99% ต้องสูดอากาศที่มีมลพิษ ฝุ่น PM 2.5 ไนโตรเจนไดออกไซด์ในระดับที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าล้านคน/ปี รวมถึงวิกฤตโลกร้อน สหรัฐอเมริกาคาดการณ์ว่าอีก 80 ปี ทั่วโลกจะเผชิญภาวะความเครียดจากความร้อนที่กระทบต่อร่างกายในทุกมิติ


 3. ภาวะหมดไฟที่ลุกลาม รับมืออย่างไรให้สุขทั้งองค์กรและคนทำงาน รูปแบบการทำงานแบบลูกผสม (Hybrid Working) ทำให้พบ 76%  ของพนักงานบริษัทมีความเหงาที่ส่งผลต่อจิตใจ เกิดเป็นกระแสการลาออกครั้งใหญ่ในระบบอุตสาหกรรม

นางเบญจมาภรณ์ กล่าวต่อว่า เตรียมพร้อมสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ในประเด็นที่                
4. ผู้สูงอายุพร้อมแค่ไหน เมื่อไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบสมบูรณ์ อีก 5 ปี จะมีผู้สูงอายุติดเตียงกว่า        2 แสนคน ติดบ้านอีกกว่า 3.5 แสนคน ในทางกลับกันพบกว่า 60% ไม่มีความพร้อมด้านการเงิน ต้องเร่งสร้างเสริมสุขภาวะทุกมิติ ทั้งการเงิน ที่อยู่อาศัย การดูแล เพื่อเตรียมพร้อมสู่วัยเกษียณที่มีคุณภาพ


5. ปลดล็อกความเข้าใจ ในวันที่ไทยปลดล็อกกัญชา พบ 32% มีประสบการณ์เกี่ยวกับกัญชา ผ่านอาหารเครื่องดื่ม รักษาโรค แต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ว่ากัญชามีทั้งคุณประโยชน์และโทษ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง     เด็กเยาวชน ที่ใช้ผิดวิธี


6. บุหรี่ไฟฟ้า ภัยซ่อนเร้น ต้นเหตุจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พบเด็กเยาวชน ได้รับข้อมูลทางสื่อออนไลน์เฉลี่ย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ต้องดูแลใกล้ชิดป้องกันการเพิ่มจำนวนของนักสูบหน้าใหม่

“ประเด็นที่ 7. มิติใหม่แห่งการสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พบกิจกรรมออนไลน์ยอดนิยมคนไทยคือ จองคิวปรึกษาแพทย์ถึง 86.16% สสส. เห็นถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เร่งสานพลังภาคีเครือข่าย พัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับความรอบรู้ทางสุขภาพที่ถูกต้อง อาทิ เชื่อมเทคโนโลยีเมตาเวิร์สเข้ากับเกม สร้างเว็บไซต์ Empower Living เพื่อเสริมพลังสุขภาวะในกลุ่มเปราะบาง ล่าสุด พัฒนาแอปพลิเคชัน Persona Health สร้างระบบนิเวศทางสุขภาพที่รองรับทุกกลุ่ม มุ่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเฉพาะรายบุคคล ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. และ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/thaihealth-watchนางเบญจมาภรณ์ กล่าว


ที่มาข้อมูล : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Categories

บทความล่าสุด

Tags

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า