การเกษียณจากงานเคยถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตจะได้พักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่ในยุคปัจจุบันแนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเพราะปัจจัยด้านสังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต ความจริงคือ หลายคนไม่เพียงแค่ต้องการหยุดงานเมื่อถึงอายุเกษียณ แต่ยังต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ให้คุณค่าทางจิตใจ สังคม และการเงินด้วย
ประเทศไทยเองกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยสัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 28% ในปี 2574 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ Super Aged Society ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ นับว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป

ทำไมผู้สูงอายุยังอยากทำงานหลังเกษียณ
หลายคนอาจคิดว่าการเกษียณคือการเลิกทำงานเพื่อพักผ่อน แต่ปัจจุบันมีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการทำงานต่อหลังเกษียณสามารถให้ประโยชน์ได้ทั้งด้านการเงินและสุขภาพจิต การมีงานทำช่วยให้เกิด ความรู้สึกมีคุณค่า มีเป้าหมายในชีวิต และช่วยสร้างเครือข่ายสังคมใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุหลายคน
นอกจากนี้งานวิจัยจาก Journal of Happiness Studies ระบุว่าผู้สูงอายุที่ยังทำงานหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีโครงสร้างงาน แม้เป็นงานพาร์ทไทม์หรืออาสาสมัคร จะมีแนวโน้มรายงานว่า พึงพอใจในชีวิตและมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่เกษียณแล้วไม่ทำกิจกรรมใดเลย โดยผลลัพธ์นี้ชัดเจนทั้งในแง่การสร้างความหมายในชีวิตและการรักษาโครงสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีขึ้น
อีกด้านหนึ่ง การทำงานหลังเกษียณยังเชื่อมโยงกับ ผลดีต่อสุขภาพร่างกายและสมอง งานที่ให้ความท้าทายทางความคิดหรือกิจกรรมที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพของสมอง และสร้างกิจวัตรประจำวันที่มีประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
เทรนด์ “Un-retiring” หรือการกลับมาทำงานหลังเกษียณ
ในหลายประเทศ เทรนด์ที่เรียกว่า Un-retiring หรือการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณกำลังเป็นแนวโน้มที่แข็งแกร่ง แม้ในประเทศไทยเองก็เริ่มมีทิศทางนี้เช่นกัน เว็บไซต์ The Standard Wealth ระบุว่าองค์กรต่าง ๆ เริ่มหันมาจ้างผู้เกษียณกลับมาทำงาน โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะทางหรือบทบาทที่เหมาะกับประสบการณ์ของคนวัยเกษียณ
ในตลาดแรงงานยุคใหม่ หลายบริษัทเปิดรับพนักงานแบบ พาร์ทไทม์ จ้างตามโครงการ หรือมีรูปแบบสัญญาที่ยืดหยุ่น มากขึ้น ซึ่งเป็นทางออกที่ดีสำหรับทั้งตัวผู้สูงอายุเองและองค์กรที่ต้องการประสบการณ์ด้านทักษะเฉพาะ เช่น การให้คำปรึกษา การสอน หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาดสูงวัย

ทำงานหลังเกษียณได้แบบไหนบ้าง
การทำงานหลังเกษียณไม่ได้จำกัดเพียงงานประจำตลอดเวลา ผู้สูงอายุสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะกับตนเองได้ เช่น:
- งานพาร์ทไทม์ที่ยืดหยุ่น เช่น งานออนไลน์ งานให้คำปรึกษา
- งานอาสาสมัครที่ให้คุณค่าทางสังคม
- งานที่เกี่ยวกับความชำนาญส่วนตัว เช่น สอนพิเศษ หรือสร้างงานฝีมือ
- งานที่มีความหมายเชิงสังคม เช่น เป็นที่ปรึกษาชุมชน/ธุรกิจ
ตัวเลือกเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังช่วยเติมเต็มความต้องการทางจิตใจและสังคมให้กับผู้สูงอายุได้อีกด้วย
ข้อควรคำนึงในการทำงานหลังเกษียณ
แม้การทำงานหลังเกษียณจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน เช่น
- การเลือกงานที่เหมาะสมกับสุขภาพ และไม่มีความเครียดเกินไป
- การสร้างสมดุลระหว่างงานและเวลาพักผ่อน
- ความสามารถทางทักษะหรือการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่
- ความปลอดภัยแรงงานและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
การทำงานไม่ควรถูกมองเพียงเป็น “ภาระ” แต่ควรถูกมองเป็น “โอกาส” สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในวัยที่มีประสบการณ์และสติปัญญา
ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ การเกษียณจึงไม่ใช่คำว่า “หยุด” อีกต่อไป แต่เป็น คำเชิญให้เริ่มบทใหม่ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ให้ความหมาย การใช้ประสบการณ์ต่อยอดรายได้ หรือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม
การทำงานหลังเกษียณไม่ใช่เรื่องผิดธรรมชาติ ในทางกลับกันมันสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้ทั้งทางการเงินและสุขภาพจิต และส่งผลดีต่อสังคมโดยรวมด้วย ดังนั้นหากวางแผนอย่างเหมาะสม การเกษียณสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของ “ชีวิตใหม่ที่มีคุณค่า” แทนที่จะเป็นเพียงจุดสิ้นสุดของเส้นทางอาชีพ
ที่มาข้อมูล : https://resource.thaihealth.or.th/article/การเผชิญหน้า-‘สังคมผู้สูงอายุ’-โจทย์ท้าทายภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
https://link.springer.com/article/10.1007/s10902-025-00942-z
https://thestandard.co/un-retiring-thai-job-market/



