การดูแลพ่อแม่เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุเป็นหน้าที่ที่ลูกหลายคนให้ความสำคัญอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพ่อแม่เริ่มมีปัญหาสุขภาพ หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนเดิม คำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นคือ “การส่งพ่อแม่ไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ถือว่าเป็นเรื่องผิดหรือไม่” บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจในมุมมองที่รอบด้าน เพื่อช่วยให้ลูกตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมที่สุดกับครอบครัว
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอร์สซิ่งโฮม เป็นสถานบริการที่จัดให้มีการดูแลผู้สูงวัยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรม เช่น พยาบาล ผู้ดูแล และนักกายภาพบำบัด ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือผู้ที่ต้องฟื้นฟูร่างกายหลังการเจ็บป่วยหรือผ่าตัด

เหตุผลที่ครอบครัวเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
- ความปลอดภัยและการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การใช้ยาไม่ถูกต้อง และภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว การอยู่ในศูนย์ดูแลช่วยให้มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
- ลดภาระและความเครียดของครอบครัว
ลูกหลานจำนวนมากต้องทำงานประจำและอาจไม่มีเวลาเพียงพอในการดูแลผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระ และลดความเครียดทั้งของผู้ดูแลและผู้สูงอายุเอง
- กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต
ศูนย์ดูแลหลายแห่งมีกิจกรรมทางกายและกิจกรรมทางสังคม เช่น การกายภาพบำบัด การทำกิจกรรมกลุ่ม หรือกิจกรรมฝึกสมอง ซึ่งช่วยลดภาวะซึมเศร้าและส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
ส่งพ่อแม่ไปศูนย์ดูแล ถือว่าทอดทิ้งหรือไม่
ความรู้สึกผิดเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในลูกหลาน แต่การตัดสินใจส่งพ่อแม่ไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทอดทิ้ง หากเป็นการเลือกทางที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความปลอดภัยของพ่อแม่ หลายครอบครัวยังคงไปเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ และมีส่วนร่วมในการดูแลในด้านอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นรูปแบบหนึ่งของความกตัญญู
งานวิจัยทางสาธารณสุขพบว่า การให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวอย่างเป็นระบบ สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้สูงอายุมีภาวะพึ่งพิงสูงและต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งร่างกายและจิตใจ การจัดระบบการดูแลอย่างเป็นหลักแหล่งช่วยให้การดูแลมีความต่อเนื่อง และยังช่วยลดภาระของครอบครัวที่อาจไม่สามารถดูแลได้เต็มที่ที่บ้านเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ระบบดูแลที่มีมาตรฐาน เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีบุคลากรวิชาชีพ มีแผนดูแลเฉพาะบุคคล และมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการกระตุ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ้านอาจทำได้จำกัด โดยเฉพาะในบ้านที่สมาชิกต้องทำงานหรือมีภาระอื่น ๆ
คำว่า “ทอดทิ้ง” จึงไม่จำเป็นต้องใช้ในบริบทนี้ เพราะการตัดสินใจให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลร่วมกับการมีครอบครัวเยี่ยมเยียนอย่างสม่ำเสมอและให้กำลังใจเป็นรูปแบบหนึ่งของความใส่ใจและความกตัญญู การดูแลไม่ได้อยู่ที่สถานที่เท่านั้น แต่หมายถึงการจัดให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่เหมาะสมที่สุดตามสภาพความต้องการของเขา

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกศูนย์ดูแล
ควรเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานการดูแลชัดเจน มีใบอนุญาตถูกต้อง และเปิดโอกาสให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ควรพูดคุยกับพ่อแม่ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ท่านมีส่วนร่วมและรู้สึกว่าได้รับการเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้
การส่งพ่อแม่ไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นการตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรัก ความห่วงใย และความเหมาะสมกับสถานการณ์ การดูแลที่ดีไม่ได้วัดจากสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและการเอาใจใส่ของลูกหลานที่ยังคงมีให้พ่อแม่อย่างสม่ำเสมอ
ที่มาข้อมูล
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jnphr/article/view/266528
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/164854
https://www.agewell.co.th/nursing-home/



