เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายคนยังต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีพื้นที่ส่วนตัว และสามารถกำหนดกิจวัตรของตัวเองได้ แต่ในขณะเดียวกัน การอยู่คนเดียวก็อาจทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเหงา หรือการไม่มีใครสังเกตเห็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ที่ญี่ปุ่นจึงมีแนวคิด “แชร์เฮาส์สำหรับผู้สูงวัย” ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการมีพื้นที่ส่วนตัวกับการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น โดยหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Odense Nakanoshima ในเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาวะ

Odense Nakanoshima แชร์เฮาส์สำหรับผู้สูงวัย
Odense Nakanoshima เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2015 ภายในมีห้องพักส่วนตัวสำหรับผู้อยู่อาศัย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะและรับประทานอาหารร่วมกัน แนวคิดสำคัญคือ ผู้พักอาศัยยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะออกไปทำงาน ทำธุระ พบเพื่อน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวัน ขณะที่เมื่อกลับมาอยู่ในบ้านก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้พูดคุยและใช้เวลาร่วมกับคนอื่น
จึงแตกต่างจากสถานดูแลผู้สูงอายุที่เน้นการให้บริการดูแลเป็นหลัก เพราะที่นี่ให้ความสำคัญกับ “ความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต” ของผู้สูงวัย
กฎสำคัญ คือ ต้องรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจของ Odense Nakanoshima คือ ผู้อยู่อาศัยต้องมารับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ในช่วงกลางวันแต่ละคนสามารถใช้ชีวิตตามต้องการ แต่เมื่อถึงช่วงเย็น ทุกคนจะกลับมาพบกันในพื้นที่รับประทานอาหารส่วนกลาง มื้อเย็นจึงไม่ได้เป็นเพียงการรับประทานอาหาร แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้พูดคุย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของกันและกัน
หากสมาชิกคนใดไม่มาร่วมรับประทานอาหารตามปกติ ก็มีโอกาสที่คนอื่นจะสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ แนวคิดง่าย ๆ นี้จึงทำหน้าที่คล้าย “การเช็กอินในชีวิตประจำวัน” โดยไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามตลอดเวลา

อยู่ร่วมกัน แต่ยังมีพื้นที่ส่วนตัว
สิ่งที่ทำให้แชร์เฮาส์ผู้สูงวัยน่าสนใจคือ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องใช้ชีวิตร่วมกันตลอดเวลา ผู้พักอาศัยยังมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง สามารถกำหนดกิจวัตรและตารางชีวิตได้ตามความต้องการ ขณะเดียวกัน หากต้องการพูดคุยหรือพบปะกับคนอื่นก็สามารถออกมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ รูปแบบนี้จึงพยายามแก้ปัญหาสองด้านไปพร้อมกัน คือ การสูญเสียความเป็นส่วนตัว และ การแยกตัวออกจากสังคม สำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การมีทางเลือกที่อยู่ระหว่าง “อยู่บ้านคนเดียว” กับ “เข้าไปอยู่ในสถานดูแล” อาจเป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์มากขึ้น
ทำไมแนวคิดนี้จึงน่าสนใจในญี่ปุ่น?
ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2025 มีครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไปอาศัยอยู่คนเดียวประมาณ 9.33 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เมื่อผู้สูงอายุอยู่คนเดียวมากขึ้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงเรื่องการรักษาพยาบาลหรือการดูแลเมื่อเจ็บป่วย แต่รวมถึงการออกแบบ “สภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต” ให้ผู้สูงวัยยังสามารถพึ่งพาตัวเองและมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ แนวคิดการอยู่อาศัยร่วมกันจึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้ผู้สูงอายุมีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและสังคมรอบตัว

แล้วประเทศไทยมีแชร์เฮาส์ผู้สูงวัยหรือยัง?
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหลายรูปแบบ ทั้งบ้านพักผู้สูงอายุ สถานบริบาล และโครงการ Senior Living ที่เน้นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการดูแลสุขภาพและกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงรูปแบบที่เหมือน Odense Nakanoshima โดยเฉพาะการมีห้องส่วนตัว ใช้ชีวิตอย่างอิสระ และมีกิจวัตรร่วมกันเป็นกติกาหลัก ยังไม่ใช่รูปแบบที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจจึงอาจไม่ใช่การนำรูปแบบของญี่ปุ่นมาทำตามทั้งหมด แต่เป็นการนำ แนวคิดเรื่อง “อยู่ร่วมกันโดยไม่สูญเสียความเป็นอิสระ” มาปรับให้เหมาะกับบริบทของไทย
สิ่งที่โมเดลแชร์เฮาส์ผู้สูงวัยจากญี่ปุ่นชวนให้คิด คือ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น “บ้าน” อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงสถานที่สำหรับพักอาศัย แต่ควรเป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่า ยังมีอิสระ มีพื้นที่ของตัวเอง และยังเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การมีเพื่อนบ้านที่พบหน้ากันทุกวัน การรับประทานอาหารร่วมกัน หรือแม้แต่การสังเกตว่ามีใครบางคนไม่ได้ออกมาจากห้องตามปกติ ล้วนเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่อาจสร้างความปลอดภัยและลดความโดดเดี่ยวได้ สำหรับประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น แนวคิดแบบนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย เพราะในอนาคต คำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “จะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร?” แต่รวมถึง “เราจะออกแบบการอยู่อาศัยอย่างไร ให้ผู้สูงอายุยังใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องอยู่ลำพัง?”
ที่มาข้อมูล
https://www.odense214.com/
https://www.youtube.com/watch?v=_y027Uqh4Xs
https://www.youtube.com/watch?v=dR09kzt8m7c&t=71s



