ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังมีความพร้อมที่จะทำงานต่อหลังอายุ 60 ปี บางคนเลือกทำงานหลังเกษียณเพื่อมีรายได้เพิ่มเติม บางคนต้องการใช้ประสบการณ์และความสามารถที่มี ขณะที่บางคนอาจกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้งด้วยการเริ่มงานใหม่ แต่เมื่อเริ่มงานหลังอายุ 60 ปี เรื่องสิทธิประกันสังคมก็เป็นอีกประเด็นที่ควรรู้ เพราะเงื่อนไขของผู้ที่เริ่มงานใหม่เมื่ออายุเกิน 60 ปี แตกต่างจากผู้ที่เป็นผู้ประกันตนและทำงานกับนายจ้างเดิมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีและเริ่มงานใหม่ จะไม่อยู่ในความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และไม่ถูกหักเงินสมทบประกันสังคมจากค่าจ้าง อย่างไรก็ตาม หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ก็ยังได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

อายุเกิน 60 ปี เริ่มงานใหม่ ไม่ต้องส่งเงินสมทบมาตรา 33
สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีและเพิ่งเริ่มเข้าทำงานใหม่ จะไม่อยู่ในความเป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 ดังนั้นจึงไม่มีการหักเงินสมทบประกันสังคมจากค่าจ้างในฐานะผู้ประกันตนมาตรา 33 พูดง่าย ๆ คือ หากเริ่มงานใหม่หลังอายุเกิน 60 ปี ลูกจ้างจะไม่ถูกหักเงินสมทบประกันสังคมในอัตราเดียวกับผู้ประกันตนมาตรา 33
อย่างไรก็ตาม การไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุจากการทำงาน เพราะลูกจ้างยังได้รับความคุ้มครองจาก กองทุนเงินทดแทน ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ยังได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน
แม้ผู้ที่เริ่มทำงานใหม่หลังอายุเกิน 60 ปีจะไม่ได้เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แต่หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ก็ยังสามารถได้รับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทน
ความคุ้มครองอาจรวมถึง
- ค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- ค่าทดแทนในกรณีที่ต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัว
- สิทธิประโยชน์กรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ
- สิทธิประโยชน์ในกรณีเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน
ในกรณีที่ต้องหยุดพักรักษาตัวเนื่องจากการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน อาจได้รับค่าทดแทนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น สำหรับผู้สูงอายุที่กำลังมองหางานหรือเริ่มต้นทำงานใหม่หลังอายุ 60 ปี เรื่องนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ เพราะแม้จะไม่มีการส่งเงินสมทบในระบบมาตรา 33 แต่ยังมีความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุจากการทำงาน

ทำงานต่อกับนายจ้างเดิมหลังอายุ 60 เป็นคนละกรณี
จุดที่ควรระวังในการทำความเข้าใจคือ ไม่ควรนำกรณี “เริ่มงานใหม่หลังอายุเกิน 60 ปี” ไปปะปนกับกรณีของผู้ที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ก่อนแล้ว หากลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ก่อนอายุ 60 ปี และยังคงทำงานกับนายจ้างเดิมอย่างต่อเนื่องหลังจากอายุ 60 ปี สถานะและการส่งเงินสมทบจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระบบประกันสังคม
ดังนั้น การอายุครบ 60 ปีไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในระบบมาตรา 33 เดิมจะหยุดส่งเงินสมทบทันที เพราะต้องพิจารณาสถานะการทำงานและความต่อเนื่องกับนายจ้างด้วย
ผู้สูงอายุที่เริ่มทำงานใหม่ควรตรวจสอบสิทธิให้ชัดเจน
ปัจจุบันการทำงานหลังอายุ 60 ปีมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งงานประจำ งานพาร์ตไทม์ งานตามสัญญา และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณ ก่อนเริ่มงาน ผู้สูงอายุและครอบครัวควรสอบถามนายจ้างให้ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการจ้างงาน สิทธิแรงงาน และความคุ้มครองในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องประกันสังคม ควรตรวจสอบว่าตนเองอยู่ในกรณีใด เพราะคำว่า “อายุเกิน 60 ปี” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายสิทธิทั้งหมด ต้องดูด้วยว่าเป็นการเริ่มงานใหม่ หรือเป็นการทำงานต่อเนื่องจากสถานะเดิม
อายุ 60 ปีขึ้นไป เริ่มงานใหม่ ได้สิทธิอะไรบ้าง?
สำหรับผู้ที่ อายุเกิน 60 ปีและเริ่มทำงานใหม่
- ไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
- ไม่ถูกหักเงินสมทบมาตรา 33 จากค่าจ้าง
- ยังได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน
ส่วนผู้ที่ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ก่อนอายุ 60 ปี และยังทำงานกับนายจ้างเดิมอย่างต่อเนื่อง จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง ซึ่งมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสถานะผู้ประกันตนและการส่งเงินสมทบแตกต่างออกไป
การทำงานหลังวัย 60 ไม่ได้มีเพียงเรื่องรายได้หรือการใช้เวลาว่างเท่านั้น แต่การรู้สิทธิของตัวเองก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุทำงานได้อย่างมั่นใจและเข้าใจความคุ้มครองที่ตนเองได้รับ
ที่มาข้อมูล
https://www.sso.go.th/



