ในยุคที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จำนวนคนที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือรู้สึกโดดเดี่ยวเพิ่มขึ้นตามลำดับ ปัญหาความเหงาในผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงเรื่องอารมณ์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพกายและใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความดันโลหิตสูง และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรตามผลการศึกษาด้านสาธารณสุขหลายแห่ง ทำให้คำถามหนึ่งได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางว่า “เทคโนโลยีช่วยลดความเหงาให้ผู้สูงอายุได้จริงหรือไม่?”

ในบทความนี้เราจะพาไปสำรวจบทบาทของเทคโนโลยี ตลอดจนผลการวิจัยและแนวทางที่สามารถนำมาใช้ได้จริงสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในยุคปัจจุบัน
ทำไมผู้สูงอายุมักรู้สึกเหงา?
ความเหงาในผู้สูงอายุมีหลายสาเหตุ ทั้งการสูญเสียคนรัก การห่างไกลครอบครัว หรือการมีวงสังคมที่จำกัดลงเรื่อยๆ ทำให้ความสัมพันธ์ทางสังคมลดลง ข้อมูลจากแพทย์และนักจิตวิทยาในไทยระบุว่า ความเหงาไม่ได้เป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว แต่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและการเสื่อมสภาพทางสังคมได้
เทคโนโลยีมีบทบาทอย่างไรในการลดความเหงาของผู้สูงอายุ?
ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวก แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความทันสมัยเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ความเหมาะสมกับผู้ใช้งาน ความง่ายในการเข้าถึง และการมีคนคอยสนับสนุนให้ใช้อย่างต่อเนื่อง
1) วิดีโอคอลและแอปแชท
วิดีโอคอลและแอปพลิเคชันสนทนาออนไลน์ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถพูดคุย เห็นหน้า และมีปฏิสัมพันธ์กับลูกหลานหรือเพื่อนฝูงได้แม้จะอยู่ห่างไกล การสื่อสารลักษณะนี้ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มากกว่าการโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว เพราะมีทั้งภาพ เสียง และการแสดงออกทางอารมณ์ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าได้ “มีส่วนร่วม” ในชีวิตของคนในครอบครัวอย่างแท้จริง
2) แอปพลิเคชันเพื่อการเข้าสังคม
ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมกลุ่มตามความสนใจ เช่น กลุ่มออกกำลังกายเบา ๆ กลุ่มอ่านหนังสือ หรือกลุ่มฝึกสมอง กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และส่งเสริมการมีบทบาททางสังคมอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยหลายฉบับชี้ว่าการมีส่วนร่วมในชุมชนออนไลน์สามารถเพิ่มการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและลดระดับความเหงาในผู้สูงวัยได้จริง

3) หุ่นยนต์บริการและ AI
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุเริ่มถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่มากกว่าเครื่องมือช่วยงาน เช่น การเตือนกินยา แจ้งเตือนกิจกรรมประจำวัน หรือแม้แต่การพูดคุยโต้ตอบเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ แม้จะไม่สามารถทดแทนความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ทั้งหมด แต่การมีผู้ช่วยดิจิทัลเหล่านี้สามารถช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน และเสริมความรู้สึกปลอดภัยให้ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพัง
4) เกมและกิจกรรมเสริมสร้างความจำ
เกมฝึกสมอง แอปพลิเคชันไขปริศนา หรือกิจกรรมออนไลน์ที่ต้องใช้ความคิดร่วมกับผู้อื่น นอกจากจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารและการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยให้ผู้สูงอายุมีเป้าหมายในแต่ละวัน ลดความว่างเปล่า และสร้างความภูมิใจเมื่อสามารถทำสำเร็จได้

เทคโนโลยีช่วยได้จริงหรือไม่?
คำตอบคือ “ใช่ แต่ต้องเลือกและปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล” การมีเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาความเหงาได้โดยตรง แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือเสริม เช่น การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ การสร้างกิจกรรมร่วมกัน หรือการเข้าถึงชุมชนออนไลน์ สามารถช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคมได้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น การให้ผู้สูงอายุได้เลือกเครื่องมือที่ใช้ง่ายและเหมาะกับระดับความคุ้นเคย เช่น ปุ่มขนาดใหญ่ เมนูชัดเจน หรือการมีคนในครอบครัวช่วยแนะนำ จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้เทคโนโลยีทำหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ที่มาข้อมูล
https://www.mdpi.com/2308-3417/9/2/22
https://keystone.health/aging-parents-loneliness



